Today is a sad, but happy day for us. Angel’s 93 year old granny died this morning. She’s been sick for the last few weeks and she went to be with Jesus. And yet He first came to visit her. Earlier this week she was so cold from battling fevers that she asked Jesus to take it away or take her away. She woke up to the sound of a door opening and when she looked to see who it was she saw a man. He wasn’t white, she said, but darker and He had long hair and a beard. She has a bible with pictures of Jesus on it and there is one in particular she always loved and she said He looked like that. She asked Him what His name was, and where He came from, but He just sat by her a smiled. When He left her cold feeling left with Him and she wanted to eat for the first time in days.
But that was a few days ago and today she left to go where He went. While grieving about it I thought she is probably the first from her family or friends to go to heaven who will greet her besides Jesus? But granny would talk to anyone and especially in heaven she’ll be so excited and talk their ears off.
It’s only sad because we’ve lost the laughter that she gave us every time we saw her. In a house full of unhappiness she somehow seemed unaffected and cheerful to all. She would talk to me even though I couldn’t understand her and we’d laugh. Even when her daughter got after her and told her I didn’t know what she was saying she didn’t care we somehow knew each other. She wasn’t afraid, like others her age, to go out of the village with us, and she even wanted to fly on an airplane. After many tries she finally managed to get her fingers to do the peace sign. It was like teaching a child to do it for the first time they just can’t figure out how to get their fingers to work that way. But thank God we have pictures.
วันนี้เป็นวันที่เสียใจที่สุด แต่สำหรับเราแล้วเป็นวันที่มีความสุขต่างหาก เพราะคุณยายจวง ยายของแองเจิ้ลอายุ 93 ปี ได้เสียชีวิตเมื่อเช้านี้ คุณยายป่วยมากเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และคุณยายไปอยู่กับพระเยซูแล้ว และพระองค์ยังมาเยี่ยมคุณยายก่อนเสียอีก ต้นสัปดาห์คุณยายมีอาการหนาวมากและสู้กับความไข้แล้วคุณยายก็ขอใหพระเยซูเอาอาการหนาวไปหรือไม่ก็เอายายไปเลย ตอน 5 ทุ่มที่โรงพยาบาลยายตื่นเพราะได้ยินเสียงประตูเปิดและมองดูว่าใครมา คุณยายเห็นผู้ชายเข้ามานั่ง คุณยายบอกว่าไม่ขาว แต่ดำๆ ผมยาวและมีหนวด คุณยายมีพระคัมภีร์ที่ปกเป็นรูปพระเยซูและมีรูปหนึ่งที่คุณยายชอบมาก และคุณยายบอกว่าคนนั้นแหละ คุณยายถามว่าชื่ออะไร มาจากไหน ผู้ชายคนนั้นไม่พูดแต่ยิ้มอุ่นๆให้คุณยาย ตอนที่ผู้ชายคนนั้นไปเขาเอาความหนาวของคุณยายไปด้วยและคุณยายก็เริ่มหิวข้าวซึ่งกินไม่ได้มาหลายวัน
นั่นเมื่อสองวันก่อนแต่วันนี้คุณยายได้ไปอยู่ที่พระองค์ไปแล้ว ในขณะที่เสียใจอยู่ฉันก็คิดว่าคุณยายเป็นคนแรกในบรรดาเพื่อนๆและครอบครัวที่ได้ไปสวรรค์ ใครจะมาทักทายคุณยายนอกจากพระเยซู แต่คุณยายอัธยาศัยดีก็จะคุยกับทุกคนโดยเฉพาะบนสวรรค์คุณยายจะตื่นเต้นมากและคุยจนทุกคนหูดับ 555
มันน่าเศร้าตรงที่ว่าเราได้สูญเสียความชื่นชม และเสียงหัวเราะไป ทุกครั้งที่เราเจอคุณยาย ในบ้านที่ไม่มีความสุขนี้ ในบางครั้งคุณยายเหมือนไม่รู้สึกอะไรและชอบทำให้คนอื่นหัวเราะและมีความสุขเสมอ คุณยายจะคุยกับฉันแม้ฉันไม่เข้าใจและเราก็จะหัวเราะ แม้ลูกสาวคุณยายจะบอกคุณยายว่าฉันไม่เข้าใจคุณยายก็ไม่สนใจ แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตามเราเข้าใจกัน คุณยายไม่กลัวอะไร เหมือนเพื่อนๆอายุรุ่นเดียวกัน ที่จะออกจากหมู่บ้านไปเที่ยวกับพวกเรา แม้เครื่องบินคุณยายก็อยากลองนั่งดู หลังจากที่พยายามอยู่นานมากคุณยายก็สามารถทำมือชูสองนิ้วถ่ายรูปจนได้ มันเหมือนสอนเด็กให้เอ็กชั่นตอนแรกเด็กจะไม่เข้าใจว่าจะกำมือไหน ชูมือไหน แต่ขอบคุณพระเจ้าเราได้รูปนั้นของคุณยายมาแล้ว
คุณยายรักพระเยซู และบางครั้งคุณยายมีความเชื่อมากกว่าฉันอีก เวลาคุณยายเป็นแผลหรือมีรอยช้ำหรือไม่สบายหรืออะไรก็ตามที่คุณยายเป็น ยายจะอธิษฐานให้พระเยซูแค่เอาเท้ามาวางตรงที่เจ็บและยายจะหายโรค (คุณลองนึกภาพวัฒนธรรมคนไทยเท้าเป็นของต่ำที่สุด) คุณยายจะเป็นพยานให้เราเสมอว่าอย่าให้นิสัยเสียๆและความต้องการของคนอื่นมามีอิทธิพลกับเรามากนัก ขอบพระคุณ คุณยายจวงและเราจะเจอกันอีกเร็วๆนี้
This is the Jesus she saw. She loved this picture. รูปพระเยซูที่มาเยี่ยมยาย ยายชอบรูปนี้มาก
No comments:
Post a Comment